วันอาทิตย์ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2560

ปั๊มน้ำ

ปั๊มน้ำตัวแรก ของการปลูกผักไร้ดิน  ยี่ห้อ  SOBO WP-1650  ราคาสองร้อยกว่าบาท ไปซะแล้ว หลังจากรับใช้แปลงผักขนาด 40 หลุมปลูกมาเกือบสองปี ขดลวดมอเตอร์ข้างใน น่าจะขาด ก็เลยลองรื้อออกมาดูเห็นแต่แกนแม่เหล็ก  กับใบพัด

ปั๊มขนาดนี้ ส่งน้ำได้ 1500  ลิตร/ชม ปั๊มน้ำได้สูง 1.5 เมตร แต่ของผู้เขียนสูงแค่ 0.5 เมตร กำลังดีเลยทีเดียว ใช้กับชุดปลูกผัก ที่ทำจากท่อ PVC ขนาด 2.5 นิ้ว สี่แถว ยาวแถวละ  2.5 เมตร ปลูกผักได้ 40 หลุม
  

วันพฤหัสบดีที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2560

เอาผักลงปลูก


พอถึงตอนปลูก ก็เป็นอะไรที่ง่ายมาก จะใช้กาละมังพลาสติค หรือกระบะพลาสติค ก็ได้ และก็ที่จำเป็นต้องไปหามาก็คือ แผ่นโฟมหนา 1 นิ้ว 

ต้นอ่อนของผักที่เราเพาะในฟองน้ำ เอามาใส่ในถ้วยปลูก ก่อนจะเสียบลงไปในโฟมที่เจาะรูรออยู่แล้ว



ในรูปข้างล่าง ผู้เขียนได้ซื้อ ถ้วยปลูก(สีดำ)ขนาด ก x ย x ส =>  4.7 x 4.7  x 3.7 cm   หรือจะใช้ หลอดปีโป้ก็ยังได้  เอาถ้วยน้ำจิ้มมาเจาะรู  ก็เคยลองมาแล้วใช้ได้ดีแต่มีปัญหานิดหน่อย คือผักชอบล้มเวลาลมพัดแรง

ก็แล้วแต่เราจะดัดแปลงเอาครับ  หรือถ้าจะไม่ใช้ถ้วยปลูกก็ยังได้ โดยเจาะรูโฟมเป็นรูปสี่เหลี่ยม เอาฟองน้ำที่มีต้อนอ่อนของผักยัดเข้าไปเลยก็ยังได้  .... ต้องลองกันเอาเอง  :-)  

ใช้น้ำประปาที่คุณภาพดี ก็น่าจะเป็นของการประปา  ที่มีการปรับค่า pH ดีแล้วลงกระบะ ตวงปุ๋ย A ลงตามสูตรที่ผู้ขายให้มา  แล้วก็เอาผักลงไปเลย ผ่านไปอีกวันสองวัน ก็ตวงปุ๋ย B ตามลงไป ผ่านไปอีกสัปดาห์ ก็ใส่ปุ๋ยอีกครั้ง  กะๆเอาครับ ใส่มากผักก็ตาย ใส่น้อยใบผักก็บางเหลือง ... ทำไงได้เครื่องวัดปุ๋ยมันแพง ก็เลยลองเอาเลย ตอนนี้ก็ปลูก กินมาปีกว่าๆ แล้ว นะ ม่ายมีปัญหา

โฟมนี้ใช้มานาน ก็เลยดูเก่าไปหน่อย แต่ขลัง นะ คร๊าบบบบ


สังเกตุดีๆ จะเห็นถ้วยน้ำจิ้ม 

ปลูกตอนแรก ค่อนข้างเวอร์ ปลูกเยอะ แล้วก็กินไม่ทัน


ปุ๋ยน้ำ A B

หลังจากเพาะเมล็ดจนงอกเป็นต้นอ่อน และเลี้ยงด้วยน้ำประปามาประมาณ หนึ่งสัปดาห์ จนมองเห็นรากของต้นอ่อนยาวออกมาพร้อมจะกินปุ๋ยแล้ว ต่อไปก็จะเริ่มให้ ปุ๋ย A B


ที่เรียกกันว่าปุ๋ย A B นั้นมีที่มา ครับ คือว่า ปุ๋ย A นั้นประกอบด้วยแร่ธาตุหลายๆชนิด  ส่วนปุ๋ย B ก็ประกอบด้วยแร่ธาตุหลายๆชนิดเหมือนกัน ที่เค้าแพ็คแยกชุดกันมา ... ดังที่เห็นในรูปข้างบน ...  ชุดปุ๋ย A เมื่อเอามาละลายน้ำแล้วจะได้เป็นสีชาแก่ๆ  ส่วนปุ๋ย B เมื่อเอามาละลายน้ำแล้วจะได้เป็นสีฟ้า  

ที่เค้าแยกแพ็ค ก็เพราะว่า ถ้าเอามาละลายน้ำรวมกันจะเกิดการตกตะกอน ทำให้พืชไม่สามารถดูดซึมได้ ก็เลยจำเป็นต้องแยกชุด และก็ตั้งชื่อให้ซะเลยว่า ชุด A ชุด B ก็เลยเรียกกันต่อๆมาว่าปุ๋ย AB ... ผู้เขียนเดาๆ เอา นะ :-)      

วันอาทิตย์ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2560

เพาะเมล็ด

ขั้นตอนแรกของการปลูกเลย ก็ต้องเพาะเมล็ดกันซะก่อน เมล็ดพันธุ์ที่ใช้ก็เป็นเมล็ดพันธุ์เหมือนกับการปลูกผักทั่วไปนี่แหละ  หาซื้อได้ที่ร้านขายอุปกรณ์การเกษตร หรือมุมเกษตรในห้างสรรพสินค้าก็มีขาย  อุปกรณ์ที่ใช้ในตอนนี้มีดังนี้
  1. มีดคัตเตอร์
  2. ฟองน้ำหนา 1 นิ้ว  หาซื้อได้ที่ร้านขายอุปกรณ์ก่อสร้าง แผ่นละ 5 บาท
  3. ไม้บรรทัด
  4. จาน หรือ ถาดเพาะ หรือจะเป็นกล่องพลาสติคใสก็ได้
วิธีการ
  1. ตัดฟองน้ำออกเป็นก้อน ขนาด กว้าง 1 นิ้ว ยาว 1 นิ้ว (อาจจะตัดแบบไม่ต้องให้ขาดจากกันดังรูป)
  2. เอามีด หรือ กรรไกร ตัดผิวด้านบนฟองน้ำให้เป็นร่อง พอหยอดเมล็ดพันธ์ลงไปได้
  3. เอาฟองน้ำที่ได้จากข้อ 2 ไปชุบน้ำมาให้ชุ่ม วางใส่จาน หรือ ถาดเพาะ  แล้วก็มาทำการหยอดเมล็ดพันธุ์(การหยอดเมล็ดพันธุ์ อย่าให้เมล็ดอยู่ลึกลงไปในฟองน้ำ เพราะจะงอกยาก ให้อยู่ต่ำกว่าผิวฟองน้ำนิดนึงก็พอแล้ว)
  4. นำถาดเพาะไปวางในที่ร่ม วางในบ้านได้ก็ดี น้ำจะได้ไม่แห้งไว หมั่นรดน้ำอย่าให้ฟองน้ำแห้งได้ แต่ก็อย่าให้น้ำขัง เมล็ดพันธ์จะเน่าเอาได้
  5. หลังจากเมล็ดเริ่มงอก (ประมาณ 3-4 วัน แล้วแต่ชนิดของผัก) ย้ายถาดเพาะนำไปไว้ในที่ร่มมีแสงรำไร เติมน้ำในถาด ระดับความสูงของน้ำประมาณครึ่งนึงของฟองน้ำ
  6. รอจนใบเลี้ยงของต้นอ่อนของพืชแข็งแรงจึงเริ่มให้ปุ๋ยน้ำ ในขั้นตอนถัดไป

ผ่านไปประมาณหนึ่งสัปดาห์ ยังไม่ใส่ปุ๋ย

ผักไร้ดิน

การปลูกผักแบบไร้ดิน หรือจะเรียกชื่อแบบทับศัพท์ ก็ ไฮโดรโพนิคส์ (Hydropronics)  เป็นการปลูกพืชบนน้ำโดยตรง วิธีการก็ง่ายๆ ทำการเพาะเมล็ดบนวัสดุให้งอกเป็นต้นอ่อน แล้วก็เอาไปลอยน้ำ ปุ๋ยก็เป็นปุ๋ยน้ำ เวลาใส่ปุ๋ยก็ง่ายๆผสมลงในน้ำที่ปลูกนั่นแหละ   ที่คุณต้องเลือกก็คือ จะใช้ระบบน้ำนิ่ง หรือ น้ำไหล
ปลูกในน้ำไหล  น้ำจะไหลผ่านรากของพืชผักตลอดเวลา พืชดูดกินสารอาหารได้ง่ายก็โตไว แต่ค่อนข้างยุ่งยาก ใช้อุปกรณ์เยอะ ไม่เหมาะกับมือใหม่หัดปลูก 🙂
ปลูกแบบน้ำนิ่ง..แบบว่าไม่มีอะไรมาก..ตามรูปเลย
ระบบน้ำไหล ทำเอง ครับ 

มาปลูกผักไร้ดินกันเถอะ


เคยได้ไปคุยกับคนปลูกผักขายในหมู่บ้าน ที่บ้านเกิดก็คุยไปเรื่อยแหละ  ปลูกผักอะไรบ้าง … ราคาดีไหม … ปลูกยากไหม …บลาๆๆๆ  คนปลูกผักที่ไปคุยด้วยนี้เค้าชอบปลูกผักกาดหอม และ ผักบุ้งจีน เพราะปลูกง่าย ขายง่าย แต่ก็ต้องกะช่วงเวลาปลูกให้ดี เพราะคนอื่นก็ปลูกกันเยอะ  ถ้าเกิดว่าช่วงไหนปลูกผักตรงกัน ผักออกสู่ตลาดพร้อมกัน ก็ล้นตลาด ราคาก็จะตกเร็วมากอย่างคาดไม่ถึง
โดยทั่วไป การปลูกผักในหน้าหนาวที่อากาศค่อนข้างเย็น ผักจะโตไว ปลูกง่ายมาก แมลงศัตรูพืชมีน้อย คนก็เลยปลูกผักกันเยอะ ผักล้นตลาดราคาก็ถูก ส่วนในหน้าร้อนหรือหน้าฝน แมลงศัตรูของผักมีมากอากาศก็ร้อนผักก็ไม่ค่อยโต การปลูกผักก็ค่อนข้างยาก…มากกก ผักในท้องตลาดก็ค่อนข้างมีราคา ….
เลยถามเค้าไปว่า อ้าว…!!!  พวกแมลง ศัตรูพืชมีเยอะแล้วทำไง … ก็ต้องพ่นยา ไง… โดยเฉพาะช่วงก่อนจะเก็บขาย เพราะถ้าโดนแมลงกิน ผักไม่สวยจะขายไม่ออก เลย…
ได้ฟังคำตอบก็ถึงกับมีหนาวกันเลย ทีเดียว 🙁
หลังจากนั้นมาถ้าไม่จำเป็นก็จะไม่กินผักในท้องตลาดแบบสดๆกับน้ำพริกอีกเลย ถ้าจะกินก็ล้างแล้วล้างอีก แล้วไปทำให้สุกซึ่งก็กินไปผวาไปอยู่ดี
ถ้าอยากจะกินสดๆ แบบวางใจไร้กังวล ก็ต้องปลูกเอง … มะ เกริ่นมาตั้งนาน เรามาปลูกผักกินเองกันดีกว่า 🙂